ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? ใครต้องหัก และหักกี่เปอร์เซ็นต์ | Dharmniti e-Learning
ภาษีอากร • สำหรับนักบัญชีและผู้ประกอบการ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร? ใครต้องหัก และต้องหักกี่เปอร์เซ็นต์

เวลาจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า ค่าโฆษณา หรือค่าขนส่ง ฝ่ายบัญชีมักต้องตัดสินใจว่า รายการนั้นต้องหักภาษีหรือไม่ และควรใช้อัตราเท่าไร บทความนี้รวบรวมหลักที่ใช้บ่อย เพื่อช่วยตรวจสอบก่อนจ่ายเงินจริง

อัปเดต: 18 สิงหาคม 2569 อ่านประมาณ 7–9 นาที โดย Dharmniti e-Learning
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทำงานอย่างไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินต้องหักไว้บางส่วน ก่อนจ่ายให้ผู้รับ แล้วนำเงินภาษีที่หักไว้นั้นส่งกรมสรรพากร อัตราที่ใช้มีหลายอัตรา เช่น 1%, 2%, 3% และ 5% โดยต้องดูทั้งประเภทเงินได้ ผู้จ่าย และผู้รับประกอบกัน ดังนั้นรายการที่ดูคล้ายกันจึงอาจใช้อัตราไม่เหมือนกัน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นการเก็บภาษีไว้ก่อนในวันที่มีการจ่ายเงิน หากรายการนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องหัก ผู้จ่ายจะหักภาษีบางส่วนจากยอดที่ต้องจ่าย แล้วนำส่งกรมสรรพากร ส่วนผู้รับจะได้รับเงินหลังหักภาษี

ภาษีที่ถูกหักไว้ไม่ได้หายไปจากผู้รับเงิน โดยทั่วไปสามารถนำไปใช้เป็นเครดิตภาษี เมื่อต้องคำนวณและยื่นภาษีตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง

บริษัท A ว่าจ้างบริษัท B ให้บริการ 10,000 บาท หากรายการนี้ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% บริษัท A จะหักภาษี 300 บาท และจ่ายให้บริษัท B จำนวน 9,700 บาท ตัวอย่างนี้ยังไม่รวม VAT เพื่อให้เห็นวิธีคิดภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้ชัดเจน

ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย?

ก่อนเลือกอัตราภาษี อย่าดูเพียงชื่อรายการบนใบแจ้งหนี้ เพราะต้องพิจารณาด้วยว่า ใครเป็นผู้จ่าย ใครเป็นผู้รับ และงานที่จ่ายเงินจริงคืออะไร รายการชื่อเดียวกันจึงอาจมีวิธีหักต่างกันได้ในแต่ละกรณี

ข้อมูลหลักที่ควรตรวจให้ครบมี 4 เรื่อง:

  • ผู้จ่ายเป็นใคร? บุคคลธรรมดา บริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลอื่น
  • ผู้รับเป็นใคร? บุคคลธรรมดา นิติบุคคลไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศ
  • จ่ายค่าอะไร? บริการ จ้างทำของ ค่าเช่า ค่าโฆษณา ขนส่ง วิชาชีพอิสระ ฯลฯ
  • มีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขเฉพาะหรือไม่? เช่น ประเภทธุรกิจ สัญญา หรือสถานะผู้รับ
ข้อควรระวัง

ชื่อรายการบนใบแจ้งหนี้อาจไม่ตรงกับลักษณะงานทางภาษีเสมอไป เช่น ระบุว่า “ค่าดำเนินการ” แต่เนื้องานจริงอาจเป็นค่าบริการ ค่าโฆษณา หรือค่าจ้างทำของ จึงควรดูรายละเอียดของงานและเอกสารประกอบก่อนเลือกอัตราภาษี

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์? อัตราที่พบบ่อยในงานธุรกิจ

อัตราที่ใช้ในงานบัญชีมีหลายอัตรา ตารางนี้รวบรวมรายการที่พบได้บ่อย เพื่อใช้ตรวจสอบเบื้องต้น โดยก่อนนำไปใช้จริงยังต้องดูสถานะของผู้จ่าย ผู้รับ และเงื่อนไขของรายการนั้นอีกครั้ง

ประเภทการจ่าย อัตราที่พบโดยทั่วไป ข้อสังเกตเบื้องต้น
ค่าขนส่ง 1% กรณีค่าขนส่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่รวมค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ
ค่าโฆษณา 2% กรณีนิติบุคคลจ่ายค่าโฆษณาให้ผู้รับตามเงื่อนไขที่กำหนด
ค่าบริการทั่วไป 3% บริการอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ โดยมีข้อยกเว้นบางประเภท เช่น โรงแรม ภัตตาคาร และเบี้ยประกันชีวิต
ค่าจ้างทำของ 3% ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะค่าจ้างทำของตามประเภทเงินได้และสถานะผู้รับหรือไม่
วิชาชีพอิสระ 3% เช่น กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ตามกรณีที่กฎหมายกำหนด
ค่าเช่าทรัพย์สิน 5% อัตราทั่วไปที่พบเมื่อบริษัท/นิติบุคคลจ่ายค่าเช่าตามเงื่อนไขที่กำหนด
รางวัลจากการประกวด/แข่งขัน/ชิงโชค 5% อยู่ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของรายการและผู้รับเงิน

หมายเหตุ: อัตราในตารางเป็นตัวอย่างของกรณีทั่วไป หากเป็นการจ่ายให้ต่างประเทศ มูลนิธิ สมาคม หรือเป็นเงินเดือน ดอกเบี้ย เงินปันผล และรายการที่มีหลักเกณฑ์เฉพาะ ควรตรวจข้อกฎหมายเพิ่มเติมก่อนนำไปใช้

กรณีแบ่งจ่ายหลายครั้ง

การดูว่ายอดถึงเกณฑ์หรือไม่ ต้องพิจารณามูลค่าตามสัญญาด้วย สำหรับรายการที่อยู่ภายใต้คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 หากสัญญารายหนึ่งมีมูลค่า ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายแต่ละครั้งต่ำกว่า 1,000 บาท ก็ยังต้องพิจารณาหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์

วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย คิดอย่างไร?

สูตรพื้นฐาน เงินที่เป็นฐานภาษี × อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย = ภาษีที่ต้องหัก

ตัวอย่าง: บริษัทจ่ายค่าบริการ 20,000 บาท และรายการเข้าเงื่อนไขหัก 3%

20,000 × 3% = 600 บาท

ผู้รับได้รับเงินสุทธิ = 20,000 − 600 = 19,400 บาท

หากใบแจ้งหนี้มี VAT หรือมีค่าใช้จ่ายหลายประเภทอยู่ในเอกสารเดียวกัน ควรแยกฐานที่ใช้คำนวณให้ชัดก่อน ไม่ควรนำยอดรวมทั้งใบมาคูณอัตราภาษีทันที

ก่อนจ่ายเงิน ฝ่ายบัญชีควรตรวจอะไรบ้าง?

ก่อนจ่ายเงินจริง ควรตรวจข้อมูลให้ครบเพื่อลดปัญหาการแก้เอกสารหรือแก้รายการภาษีภายหลัง

  1. ตรวจคู่สัญญา — ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
  2. ตรวจเนื้องานจริง — อย่าดูเพียงชื่อรายการบน Invoice
  3. จัดประเภทเงินได้ — บริการ จ้างทำของ ค่าเช่า โฆษณา ขนส่ง หรือรายการอื่น
  4. หาอัตราที่ใช้กับกรณีนั้น — ตรวจทั้งกฎหมายหลักและประกาศ/คำสั่งที่แก้ไขเพิ่มเติม
  5. คำนวณจากฐานที่ถูกต้อง — แยก VAT และส่วนประกอบอื่นให้ชัด
  6. จัดทำหลักฐาน — ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งตามแบบที่เกี่ยวข้อง

e-Withholding Tax ปี 2569 ยังหัก 1% หรือไม่?

เรื่องนี้ควรตรวจให้ชัดสำหรับการจ่ายในปี 2569 เพราะมาตรการเดิมที่ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย บางประเภทจาก 5%, 3% หรือ 2% เหลือ 1% เมื่อใช้ระบบ e-Withholding Tax กำหนดไว้สำหรับการจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568

การจ่ายตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

ไม่ควรใช้อัตรา 1% ตามมาตรการเดิมโดยอัตโนมัติ ควรตรวจประเภทเงินได้ อัตราที่มีผลในวันที่จ่าย และประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรก่อนบันทึกและนำส่งภาษี

5 เรื่องที่ควรระวังเมื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย

1. เห็นคำว่า “บริการ” แล้วหัก 3% ทุกกรณี

บริการบางประเภทมีกฎเฉพาะหรือข้อยกเว้น จึงต้องดูเนื้องานจริงก่อนจัดประเภท

2. ไม่ตรวจสถานะผู้รับเงิน

ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคลไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศ อาจทำให้หลักเกณฑ์และอัตราที่ใช้แตกต่างกัน

3. ใช้อัตรา e-Withholding Tax 1% เดิมต่อในปี 2569

มาตรการลด 1% ที่ประกาศไว้มีช่วงสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 จึงต้องตรวจอัตราที่มีผลสำหรับวันที่จ่ายจริง

4. คำนวณจากยอดผิดฐาน

โดยเฉพาะเอกสารที่มี VAT ค่าใช้จ่ายเบิกแทน หรือหลายรายการอยู่ในใบเดียวกัน

5. คำนวณถูก แต่เอกสารหรือการนำส่งไม่ครบ

การหักภาษีไม่ได้จบที่การคำนวณ ต้องออกหลักฐาน จัดเก็บข้อมูล และนำส่งภาษีให้ถูกต้องตามแบบและกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้องด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ค่าบริการทั่วไปหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

ในกรณีทั่วไปที่เข้าเงื่อนไข “บริการอื่น ๆ” ตามหลักเกณฑ์ อัตราที่พบคือ 3% แต่ต้องตรวจสถานะผู้จ่าย ผู้รับ และข้อยกเว้นของบริการนั้นก่อน

ค่าเช่าหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

กรณีทั่วไปที่บริษัทหรือนิติบุคคลจ่ายค่าเช่าทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่กำหนด มักใช้อัตรา 5% แต่กรณีเฉพาะควรตรวจหลักเกณฑ์เพิ่มเติม

ค่าขนส่งหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?

ค่าขนส่งตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดมีอัตราโดยทั่วไป 1% โดยไม่รวมการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะ

ยอดไม่ถึง 1,000 บาท ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่ายเสมอไปใช่หรือไม่?

ต้องดู “จำนวนตามสัญญารายหนึ่ง ๆ” ประกอบด้วย หากสัญญามีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายแต่ละครั้งต่ำกว่า 1,000 บาท ก็ยังต้องพิจารณาหน้าที่หักภาษีตามหลักเกณฑ์

e-Withholding Tax ปี 2569 ยังลดเหลือ 1% หรือไม่?

มาตรการเดิมที่ลดบางอัตราเหลือ 1% กำหนดถึง 31 ธันวาคม 2568 ดังนั้นรายการจ่ายในปี 2569 ไม่ควรใช้อัตรา 1% จากมาตรการดังกล่าวโดยอัตโนมัติ และควรตรวจประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปด้านภาษี ไม่ใช่คำวินิจฉัยภาษีสำหรับธุรกรรมเฉพาะกรณี กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจมีการแก้ไข ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้กับธุรกรรมจริง